ปัจจุบันประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าเกษตรไปจำหน่ายในตลาด
ต่างประเทศจำนวนมาก  โดยเฉพาะในประเทศที่ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพมาก  โดยเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้ว  เช่น สหภาพยุโรป  ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศ ที่ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพสูงมาก  และประเทศผู้ส่งออกต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข การนำเข้าที่เข้มงวดอย่างเคร่งครัด

                       สินค้าพืชที่ส่งออกไปยังกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปนอกจากจะต้อง
ไม่มีสารพิษตกค้าง และจุลินทรีย์ปนเปื้อนไปกับผลผลิตแล้วสินค้าจะต้องปลอดจาก ศัตรูพืชกักกันของ สหภาพยุโรปด้วย  โดยเฉพาะแมลงหวี่ขาวและเพลี้ยไฟ  ซึ่งเป็น    
ศัตรูพืชสำคัญ ที่สหภาพยุโรปตรวจพบติดไปกับสินค้าพืชผักส่งออกของไทยอย่าง  
ต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา

                        แมลงหวี่ขาวนับเป็นแมลงศัตรูพืชที่มีความสำคัญชนิดหนึ่งที่มีการระบาด
รุนแรงไปทั่วโลก  สำหรับประทเศไทยได้รวบรวมรายชื่อแมลงหวี่ขาวได้  93  ชนิด  โดยในจำนวนนี้มีแมลงหวี่ขาวที่เป็นศัตรูพืชสำคัญสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ
ไม่น้อยกว่า  50  ชนิด  โดยจะระบาดเข้าทำลายพืชขณะฝนทิ้งช่วงตั่งแต่เดือน กรกฎาคมจนถึงเดือนตุลาคม

 
                        แมลงหวี่ขาวที่เป็นศัตรูพืชสำคัญสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ  ได้แก่แมลงหวี่าวยาสูบ  ซึ่งนอกจากจะสร้างความเสียหายโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบพืชแล้ว  ยังเป็นพาหะของเชื้อไวรัสสาเหตุ โรคใบด่างในพืชต่างๆ ด้วย  จัดเป็นแมลงศัตรูพืชที่มีพืชอาหารมากชนิดหนึ่ง   พบในพืชผักสวนครัว แทบทุกชนิด  พืชตระกูลถั่ว  ยาสูบ  มันฝรั่ง  และฝ้าย

                                นอกจากนี้ยังมีแมลงหวี่ขาวใยเกลียว  ซึ่งมีพืชอาศัยค่อนข้างกว้างขยายพื้นที่การทำลาย ได้อย่างรวดเร็ว  ถ้าพบทำลายในปริมาณมาก  อาจทำให้ต้นพืชตายได้  ชนิดพืชที่แมลงหวี่ขาวใยเกลียว เข้าทำลาย  ได้แก่  กระเจี๊ยบเขียว  ถั่วพู  ฝรั่ง  พุทรา  มะเขือม่วง  และน้อยหน่า 

                                 แมลงหวี่ขาวเป็นแมลงศัตรูปากดูดขนาดเล็ก  มักอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใต้ใบพืช  พบการระบาดและทำความเสียหายให้กับการเกษตรทั่วทุกภาคของประเทศไทย  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบเกษตรกรรมที่ปลูกโดยอาศัยน้ำชลประทานหรือปลูกช่วงฝนทิ้งช่วงนาน  แมลงหวี่ขาวจะเข้าทำลาย ทุกระยะการเจริญเติบโตของพืช  โดยทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะอาศัยดูดกินน้ำเลี้ยงอยู่ใต้ใบพืช  ส่วนการทำลายของตัวเต็มวัยจะทำให้ใบพืชหงิกงอต้นแคระแกร็นเหี่ยวและผลผลิตลดลง

                          นอกจากนี้แมลงหวี่ขาวยังขับถ่ายน้ำหวานออกมาก่อให้เกิดราดำบนใบพืช  และแมลงหวี่ขาวบางชนิดยังเป็นพาหะของเชื้อไวรัสสาเหตุโรคใบด่าง  ดรคใบด่างเหลือง  และโรคใบยอดย่น  ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลผลิตลดลง  หรือในกรณีที่มีการเข้าทำลายครั้งละมาก ๆ อาจทำให้ต้นพืชตายได้

                        การป้องกันและกำจัดแมลวหวี่ขาว  ให้หลีกเลี่ยงการปลูกพืชในช่วงที่สภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการเพิ่มปริมาณของแมลงหวี่ขาว  และเลือกใช้พันธุ์พืชแนะนำตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่  เก็บส่วนของพืชที่พบแมลงหวี่ขาวออกจากแปลง  โดยนำไปทำลายด้วยการเผาทิ้ง  และทำความสะอาดแปลงและบริเวณรอบๆ แปลงภายหลังการเก็บเกี่ยว  เพื่อไม่ให้มีพืชอาศัยของแมลงหวี่ขาว  สารฆ่าแมลงควรใช้เฉพาะเมื่อพบการระบาด  และใช้ในขณะที่แมลงหวี่ขาวอยู่ในระยะตัวอ่อนวัยแรก  เพราะไม่มีปุยขาวปกคลุมตัวจะให้ผลดีที่สุด

แหล่งที่มา  :  จดหมายข่าวผลิใบ  ปีที่  14  ฉบับที่  4  ประจำเดือนพฤษภาคม  พ.ศ.2554  หน้าที่  16