"ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน"....
...มือปราบเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง

               สถานกาณณ์แพร่ระบาดของศัตรูที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ได้สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ให้กับประเทศไทยอย่างมาก โดยเฉพาะข้าวและแป้งมันสำปะหลัง ส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับตัวของ แมลงศัตรูพืช ที่สามารถแพร่ขยายพันธุ์และเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม    ขณะที่การควบคุมและ กำจัดศัตรูพืชที่ระบาดทำได้ค่อนข้างยก   กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้ใช้            “ ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ” เป็นเครื่องมือเกาะติดสถานการณ์การแพร่ระบาดครอบคลุมทุกพื้นที่ พร้อมเฝ้าระวังติดตามความเคลื่อนไหว อย่างต่อเนื่อง   ซึ่งจะรับมือได้ทันท่วงทีหากมีปัญหาเกิดขึ้น
                              กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดตั้ง “ ศุนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ” ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาการเกษตรกร ชุมชน และท้องถิ่น โดยจัดให้มีการอบรม ถ่ายทอดความรู้แก่กลุ่มเกษตรกรเพื่อให้สมารถจัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเองอย่างครบวงจรและยั่งยืน โดยใช้เทคโนโลยีการควบคุมศัตรูพืชที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้มแข็งในอาชีพเกษตรกรรม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น ที่ผ่านมากรมฯได้จัดตั้ง “ ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ” (ศจช) แล้ว ทั้งสิ้น   930 ศูนย์ เป็น ศจชทั่วไป 358 ศูนย์ และศจช.เพลี้ยแป้ง 572 ศูนย์ มีสมาชิกรวมไม่น้อยกว่า 27,900 ราย และในปี 2544 นี้ ได้มีแผนเร่งจัดตั้งและพัฒนากระบวนการ ทำงานของ ศจช.ใหม่อีก 563 แห่ง แยกเป็น ศจช.ทั่วไป 186 ศูนย์ และศจช.เพลี้ยแป้ง 377 ศูนย์ สมาชิกประมาณ 16,890 ราย เพื่อเพิ่มศักยภาพมาตรการติดตามเฝ้าระวัง และ มาตรการแจ้งเตือนศัตรูพืชให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเกษตรกร ชุมชนและท้องถิ่นให้มีการรวมกลุ่มบริหารจัดการศัตรูพืชได้วยตนเองอย่างครบวงจร และยั่งยืนโดยใช้เทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งในอาชีพเกษตรกรรม และช่วยยกระดับคุณภาพชีพวิตเกษตรกรให้ดีขึ้นและมั่นคง

                            ศจช. เป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่ทราบความเคลื่อนไหวของศัตรูพืชในท้องถิ่น ซึ่งจะสามารถวางแผนรับมือกับศัตรูพืชได้ทันต่อเหตุการณ์ ก่อนที่ พื้นที่ระบาดจะขยายวงกว้างขึ้นและสร้างความเสียหายเพิ่มมากขึ้น ทุกศูนย์จะสำรวจติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชในท้องถิ่นของตนเอง โดยจัดทำแปลงสำรวจติดตาม สถานการณ์การระบาด พื้นที่ 1 ไร่ ซึ่งสมาชิกจะสำรวจศัตรูพืชในแปลงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์   มีการบันทึกข้อมูลและนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน หากตรวจพบ ศัตรูพืช 1-2 จุด จาก 10 จุด ศจช.จะประกาศแจ้งเตือนให้เกษตรกรในพื้นที่ทราบทันที และถ้าพบ 3 จุดขึ้นไป ถือว่าอยู่ในระดับการระบาด ศจช.จะประกาศแจ้งให้เกษตรกร สำรวจแปลงของตนเอง พร้อมทั้งรายงานให้สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด และกรมส่งเสริมการเกษตรทราบตามลำดับ

                             จากนั้นจะติดตามสำรวจและประเมินพื้นที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อรายงานข้อมูลสถานการณ์ประจำ สัปดาห์โดยวิธี Rapid Rural Appraisal (RRA) เพื่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะได้วางแผนควบคุมการระบาดให้อยู่ในวงจำกัด ขณะเดียวกัน ศจช.ยังจะได้เรียนรู้เทคโนโลยี การเพิ่มประสิทธิภาพผลิตพืชที่ปลูกในแต่ละท้องถิ่น และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การบริหารจัดการศัตรูพืชด้วย เช่น มันสำปะหลัง ข้าว อ้อย และผลไม้ เป็นต้น โดยผ่านระบบโรงเรียนเกษตรกร เน้นการมี ส่วนร่วมของกลุ่ม สมาชิกและให้มีการปฏิบัติจริง แล้วถ่ายทอดความรู้ด้านการควบคุม ศัตรูพืชสู่สมาชิก และเกษตรกรที่สนใจ นอกจากนี้กรมฯ ยังจะส่งเสริมให้ ศจช.ผลิตขยายแมลงศัตรูพืช ธรรมชาติ เช่น แมลงช้างปีกใส แตนเบียน Anagyrus lopezi แตนเบียนไข่ทริคโคแกรมมา แตนเบียนอะซีโคเดส รวมถึงวีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช   อาทิ เชื้อราบิวเวอร์เรีย เชื้อราไตรโคเดอร์มา เพื่อใช้ควบคุมศัตรูพืชแบบผสมผสานด้วย

                              ในระยะยาว ศจช.จะเป็นที่พึ่งของเกษตรกรและเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรในแต่ละพื้นที่ทราบความเคลื่อนไหวของศัตรูพืชได้ ทั้งยังสามารถ ร่วมกับชุมชน และท้องถิ่นบริหารจัดการศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียให้กับเกษตรกรได้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะผู้ปลูกมันสำปะหลังและชาวนา ที่ต้องเผชิญปัญหาศัตรูพืช ระบาดทำลายผลผลิต เป็นปัญหาที่ต้องจัดการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่ง ศจช. จะช่วยได้มาก


                                    ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนยังมีภารกิจสำคัญ คือ ป้องกันการแพร่ระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง โดยจะเฝ้าระวังและตรวจสอบการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์ มันสำปะหลังจากพื้นที่ที่มีการระบาดของเพลี้ยแป้งมันไปยังแหล่งปลูกอื่น ทั้งยังได้จัดทำแปลงเรียนรู้การแช่ท่อนพันธุ์ เน้นให้สมาชิกแช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารเคมีก่อนการเคลื่อนย้าย และก่อนการปลูก พร้อมส่งเสริมการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนให้บริการจัดการแช่ท่อนพันธุ์ จัดทำแปลงท่อนพันธุ์และบริการท่อนพันธุ์ปลอดเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังแก่เกษตรกร ที่มีความต้องการด้วย

 

แหล่งที่มา :  วารสารส่งเสริมการเกษตร  ปีที่  41  ฉบับที่  238  เดือนกุมภาพันธ์  2554  หน้าที่ 2