มะลิลา

ชื่อวิทยาศาสตร์
:
Jasminum sambac Linn.
ชื่อวงศ์
: OLEACEAE
ชื่ออื่นๆ
:
มะลิป้อม (ภาคเหนือ) มะลิขี้ไก่
(เชียงใหม่) มะลิลา (ทั่วไป)
เตียมูน (ละว้า – เชียงใหม่) ข้าวแตก (เงี่ยง – แม่ฮ่องสอน)
มะลิหลวง (แม่ฮ่องสอน) มะลิซ้อน (ภาคกลาง) บักหลีฮวย
เซียวหน่ำเคี้ยง (จีน)
ลักษณะทั่วไป มะลิลา เป็นพรรณไม้ขนาดกลาง แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบ ๆ ลำต้น ทรงพุ่มสูงประมาณ 1 –1.5 เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยวจะแตกใบเรียงกันเป็นคู่ ๆ ใบตามก้านต้นลักษณะใบมนป้อม ปลายใบแหลม โคนใบสอบเข้าหากัน ริมขอบใบเรียบไม่มีหยัก สีเขียวแก่เป็นมัน มีขนาดยาวประมาณ 2 – 3 ซม. กว้างประมาณ 4 – 6 ซม.ดอก มีทั้งดอกซ้อนและไม่ซ้อน ดอกที่ซ้อนเรียกว่ามะลิซ้อน ที่มีซ้อนเรียกว่า ดอกลา หรือมะลิลาจะมีกลิ่นหอมสีขาวขนาดดอกบานเต็มที่ประมาณ 1 นิ้ว ดอกออกตามบริเวณยอดของก้าน  ขยายพันธุ์ ด้านการตอนกิ่ง ปักชำ หรือทาบกิ่ง รสชาติ รสหอมสุขุม
นิเวศวิทยาและการแพร่กระจาย เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ที่ชอบแสงแดดจัดเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย
ประโยชน์ เป็นไม้ประดับคนไทยนิยมยกย่องให้เป็นดอกไม้ของวันแม่แห่งชาติ นำ
มาร้อยเป็นพวงมาลัยขณะที่เป็นช่วงดอกตูม ทางด้านสมุนไพรจะใช้ดอกสดหรือแห้งนำมาต้มเอาน้ำกินเป็นยาแก้โรคบิด แก้ปวดท้อง ใบสด นำมาต้มเอาน้ำกิน แก้ไขปวดท้อง ท้องเสีย ท้องเสีย ท้องอืด รากใช้รากสด นำมาต้มเอาน้ำกิน แก้ไขปวดท้อง ท้องเสีย ท้องอืด รากใช้รากสด นำมาต้มเอาน้ำกินเป็นยาแก้ปวดเลือกออกตามไรฟัน ปวดหัว
 


มะลิลา

 
           
           
         


มะลิถอด

 
           
           
           
         


มะลิซ้อน

 
             
           
           
               


มะลิพวง

 
                 
                 
 

     
       
       
     


มะลิฉัตร

 
       
       
       
       
       
       
         
         
         
         
         
         
         
         
               
     
 

สงวนลิขสิทธ์  2007© สำนักงานเกษตรอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี