หลัก ๙ ประการ
เพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

                         หลัก ๙ ประการ  ที่ข้าราชการมุ่งมั่นนำไปประพฤติปฏิบัติตามรอยพระยุคลบาท  เพื่อเป็นข้าราชการ ที่ดีและพลังของแผ่นดิน  ดังนี้

ยึดมั่นในคุณธรรม
๑. สุจริต  เที่ยงตรง ๒. เสียสละ อดทน  ๓. ฝึกตนมีระเบียบ

ยึดถือหลักการทำงาน
๔. เพรียบพร้อมความรู้   คู่กุศโลบาย   ๕. ขยายสัมพันธ์ประสาน

และให้มีคุณค่า
๖. มีความรับผิดชอบ  ๗.  ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่  ๘.  ทำงานให้สำเร็จทันการ 
๙. ยึดมั่นในผลประโยชน์ของประเทศชาติและความถูกต้องเป็นธรรม

 

หลักการที่ ๑  สุจริต เที่ยงตรง
...ปฏิบัติตัวให้สุจริต เที่ยงตรงพอควรพอดีแก่ตำแหน่ง หน้าที่ที่ดำรงอยู่. ...”
                   (พระบรมราโชวาท  พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือนปี ๒๕๓๑)
...สุจริตต่อบ้านเมือง  สุจริตต่อประชาชน  และสุจริตต่อหน้าที่...”
“...สุจริตกาย สุจริตใจ...”
“...เห็นสิ่งที่เป็นคุณเป็นโทษ เป็นประโยชน์ มิใช่ประโยชน์  อย่างชัดเจน  ถูก  ตรง. ...”
...ใครอยากหากินขอให้ลาออกจากตำแหน่งไปทำการค้าดีกว่า...”
....การที่จะทำงานให้สัมฤทธิผลที่พึงปรารถนา คือที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรมด้วยนั้น จะอาศัย
ความรู้เพียงอย่างเดียวมิได้ จำเป็นต้องอาศัยความสุจริต 
ความบริสุทธิ์ใจ และความถูกต้องประกอบด้วย 
เพราะเหตุว่า ความรู้นั้นเป็นเหมือนเครื่องยนต์ที่ทำให้ยวดยานเคลื่อนไปได้ประการเดียว 
ส่วนคุณธรรมดังกล่าวเป็นเหมือนหนึ่งพวงมาลัยหรือหางเสือ  
ซึ่งเป็นปัจจัยที่นำพาให้ยวดยานดำเนินไปถูกทางด้วยความสวัสดี 
คือปลอดภัยจนบรรลุจุดหมายที่พึงประสงค์...”

 

หลักการที่ ๒ เสียสละ อดทน

"...มีความเสียสละ อดทน รู้จักเกรงใจ ให้อภัย ทั้งโอนอ่อนผ่อนตามกันและกัน  ด้วยเหตุผล. ...” 
                   (พระบรมราโชวาท  พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือนปี ๒๕๓๖)
"....เสียสละประโยชน์ส่วนน้อยของตนเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง...”
"....ตั้งใจขวนขวายปฏิบัติงานด้วยความฉลาดรอบคอบ...” 
"....รักษาความสุภาพอ่อนโยนไว้ให้เหนียวแน่นสม่ำเสมอ. ...” 
"....หัดทำใจให้กว้างขวางหนักแน่น...” 
"....มีจิตใจมั่นคง เด็ดเดี่ยวในอันที่จะพากเพียรปฏิบัติหน้าที่ให้จนบรรลุผลสำเร็จ...” 
ความเพียรที่ถูกต้องเป็นธรรมและพึงประสงค์นั้นคือ ความเพียรที่จะกำจัดความเสื่อมให้  
"....หมดไปและระวังป้องกันมิให้เกิดขึ้นใหม่อย่างหนึ่ง กับความเพียรที่จะสร้างสรรค์ความดี
ความเจริญให้เกิดขึ้น และรักษามิให้เสื่อมไป...”
"....การทำงานใดๆ ไม่ว่าจะเล็ก ใหญ่ ง่าย ยาก ถ้าย่อหย่อนจากความเพียรแล้ว  ยากที่จะให้
 สำเร็จเรียบร้อยทันเวลาได้  การฝึกฝนความเพียร  ถึงหากแรกๆ จะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยลำบาก
แต่พอได้เพียรจนเป็นนิสัยแล้ว  ก็จะกลับเป็นพลังอย่างสำคัญที่คอยกระตุ้นเตือนให้ทำงาน
อย่างจริงจัง  ด้วยใจร่าเริง และเมื่อใดพลังของความเพียรนี้เกิดขึ้น เมื่อนั้นการงานทั้งหลายก็
  สำเร็จได้โดยง่าย   และรวดเร็ว...” 

 

หลักการที่ ๓ ฝึกตนมีระเบียบ

“...คนทำงานดีคือคนมีระเบียบ ได้แก่ระเบียบในการคิดและในการทำ. ผู้ไม่ฝึกระเบียบไว้  
ถึงจะมีวิชา  มีเรี่ยวแรง  มีความกระตือรือร้นอยู่เพียงไร ก็มักทำงานให้สำเร็จดีไม่ได้  เพราะ  
ความคิดอ่านสับสนว้าวุ่นทำอะไรก็ไม่ถูกลำดับขั้นตอน มีแต่ความลังเลและขัดแย้งทั้งในความคิด 
ทั้งในการปฏิบัติงาน ข้าราชการจึงจำเป็นเป็นต้องฝึกระเบียบในตนเองขึ้น. ...”  
                       (พระบรมราโชวาท  พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือนปี ๒๕๒๗)
...ฝึกใจตนเองให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัจความดี...”  
“...สำรวจดูความบกพร่องของตนเองอยู่สม่ำเสมอ และปฏิบัติแก้ไขเสียโดยเร็ว...” 
....รู้จักรับฟังความคิดความเห็นแม้กระทั่งคำวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาด...” 

 

หลักการที่ ๔ เพรียบพร้อมความรู้ คู่กุศโลบาย

...ข้าราชการที่สามารถต้องมีความรู้ครบสามส่วน คือ ความรู้วิชาการ ความรู้ปฏิบัติการ 
และความรู้คิดอ่านตามเหตุผลความเป็นจริง...” 
                        (พระบรมราโชวาท  พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือนปี ๒๕๓๐)
....ความรู้ที่ถูกต้องแม่นยำ ทั้งทางลึกแลกว้าง...” 
....นำเอาวิทยาการก้าวหน้าพร้อมทั้งเครื่องกลที่ทรงประสิทธิภาพสูงต่างๆ มาใช้กันอย่างกว้างขวาง. ...” 
....การทำงานสร้างเกียรติยศชื่อเสียงและความเจริญก้าวหน้า นอกจากจะต้องใช้วิชาความรู้ที่  
ดีแล้วแต่ละคนยังต้องมีจิตใจที่มั่นคงในความสุจริตและมุ่งมั่นต่อความสำเร็จเป็นฐานรองรับ 
กับต้องอาศัยกุศโลบายหรือวิธีการอันแยบคายในการประพฤติปฏิบัติเข้าประกอบอีกหลายประการ.  
ประการแรก ได้แก่การสร้างศรัทธา ความเชื่อถือในงานที่กระทำ  ซึ่งเป็นพละกำลัง
 ส่งเสริมให้เกิดความพอใจและความเพียรพยายามอย่างสำคัญ     ในอันที่จะทำการงานให้  
บรรลุผลเลิศ.   ประการที่สองได้แก่ การไม่ประมาทปัญญาความรู้  ความฉลาดสามารถทั้ง
ของตนเองทั้งของผู้อื่น ซึ่งเป็นเครื่องช่วยทำงานได้ก้าวหน้ากว้างไกล. ประการที่สาม ได้แก่
 การตามรักษาความจริงใจ ทั้งต่อผู้อื่นทั้งต่อตัวเอง   ซึ่งเป็นเครื่องทำให้ไว้วางใจร่วมมือกัน 
และทำให้งานสำเร็จได้โดยราบรื่น.   ประการที่สี่  ได้แก่การกำจัดจิตใจที่ต่ำทราม   รวมทั้ง
สร้างเสริมความคิดจิตใจที่สะอาด เข้มแข็ง ซึ่งจะช่วยให้ฝักใฝ่แต่ในการที่จะปฏิบัติดี ให้เกิด
ความก้าวหน้า. ประการที่ห้า ได้แก่การรู้จักสงบใจ ซึ่งเป็นเครื่องช่วยให้ยั้งคิดได้ในเมื่อมีเหตุ
ทำให้เกิดความหวั่นไหว  ฟุ้งซ่าน และสามารถพิจารณาแก้ไขปัญหาได้โดยถูกต้อง. ...” 
พระบรมราโชวาท  พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือนปี ๒๕๒๖

 

หลักการที่ ๕ ขยายสัมพันธ์ประสาน

งานของชาตินั้นเป็นงานที่กว้างขวาง ประกอบด้วยงานทุกด้านทุกระดับอันสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องถึงกันหมด 
โดยแต่ละอย่างต่างต้องอาศัยและเกื้อกูล สนับสนุนกันอย่างสอดคล้องพอเหมาะพอดี
จึงจะสัมฤทธิ์ผลทำให้ชาติบ้านเมืองมั่นคงและเจริญก้าวหน้าไปได้.
ดังนั้น ข้าราชการผู้ปฏิบัติบริหารงานของแผ่นดิน จึงต้องพยายามปฏิบัติตน
ปฏิบัติงานให้สัมพันธ์ประสานกับบุคคลอื่นฝ่ายอื่นให้ได้. (พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือนปี ๒๕๔๐) ...การทำงานให้สำเร็จขึ้นอยู่กับความสามารถสองอย่างเป็นสำคัญ คือสามารถในการใช้วิชา ความรู้อย่างหนึ่ง สามารถในการประสานสัมพันธ์กับผู้อื่นอีกอย่างหนึ่ง. ...” ปฏิบัติงานของตัวร่วมกับงานของผู้อื่นและประสานประโยชน์กับทุกฝ่ายให้ได้ผลสมบูรณ์ ทุกส่วน...” การเกี่ยวข้องประสานประโยชน์กันนั้นต้องอาศัยมิตรจิตและความเข้าใจอันดีต่อกันเป็นพื้นฐาน. ...” ถ้าหากทุกฝ่ายทุกคนมีความเข้าใจดีต่อกัน การร่วมมือประสานงานย่อมจะเป็นไปได้ โดยสะดวก...” ใช้ความมีเหตุผลและความร่วมมือกัน ในการปฏิบัติบริหารงานทั้งปวง...” “...ร่วมกันคิดแก้ไขปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น และสร้างสิ่งที่ขาดอยู่ให้สมบูรณ์...”

 

หลักการที่ ๖ มีความรับผิดชอบ

ผู้เป็นข้าราชการพึงสำเหนียกตระหนักเป็นนิตย์ถึงความรับผิดชอบ
ที่จะต้องปฏิบัติงานของตัวร่วมกับงานของผู้อื่น และประสานประโยชน์กับทุกฝ่าย
ให้ได้ผลสมบูรณ์ทุกส่วน เพื่อนำพาประเทศชาติให้ก้าวไปถึงความเจริญมั่นคง ซึ่งเป็นจุดประสงค์แท้จริง. (พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือนปี ๒๕๒๙) ....ยิ่งเป็นผู้ใหญ่ มีตำแหน่งสำคัญ ยิ่งจะต้องปฏิบัติให้ดี ให้หนักแน่น ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น. ....เกียรติและความสำเร็จเกิดจากผลการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตัวของแต่ละคน...” ....ปฏิบัติงานในความรับผิดชอบให้ได้ผลสมบูรณ์ตรงตามวัตถุประสงค์...”

 

หลักการที่ ๗ ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่

ในการปฏิบัติราชการนั้น ขอให้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ อย่านึกถึงบำเหน็จรางวัลหรือผลประโยชน์ให้มาก.  
ขอให้ขอให้ถือว่าการทำหน้าที่ได้สมบูรณ์เป็นทั้งรางวัลและประโยชน์อย่างประเสริฐ  
จะทำให้บ้านเมืองไทยของเราอยู่เย็นเป็นสุขและมั่นคง. 
                               (พระบรมราโชวาท  พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือนปี ๒๕๓๓)
เมื่อทำงาน ต้องมุ่งถึงจุดหมายที่แท้ของงาน...”
ถ้าทำงานเพื่อจุดมุ่งหมายอื่น ๆ  เช่นเพื่อประโยชน์ส่วนตัว แม้จะได้ผลมากมายเพียงใด  
งานก็ไม่สำเร็จ แต่ทำให้เสียทั้งงานเสียทั้งคน. ...”

 

หลักการที่ ๘ ทำงานให้สำเร็จทันการ

การปฏิบัติราชการนั้น กล่าวอย่างสั้น ง่าย และตรงที่สุด คือ ทำให้สำเร็จทันการ
และให้ได้ผลเป็นประโยชน์แต่ทางเดียว  
ซึ่งจะทำได้เมื่อบุคคลมีวิชา ความสามารถ และมีปัญญาความรู้ คิดพิจารณา
เห็นสิ่งที่เป็นคุณเป็นโทษเป็นประโยชน์ มิใช่ประโยชน์อย่างชัดเจน ถูก ตรง. 
                                 (พระบรมราโชวาท  พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือนปี ๒๕๓๔)
ให้สำเร็จลุล่วงตรงตามเป้าหมายโดยไม่ชักช้า...”
....มุ่งหมายเอาประสิทธิภาพ  ปริมาณงานและความรวดเร็วเป็นสำคัญ. ...” 
....มุ่งมั่นต่อความสำเร็จเป็นรากฐานรองรับ...”
นำพาประเทศชาติให้ก้าวไปถึงความเจริญมั่นคง   ซึ่งเป็นจุดประสงค์แท้จริง. 
....มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้จนเสร็จ...”
...ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงไปโดยเต็มกำลังความสามารถ
ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความเมตตา ด้วยความปรองดองกัน และด้วยความปราณีต่อกัน
ที่สุดผลงานของทุกคนนั้น จะประมวลกันเข้าเป็นความสำเร็จและวัฒนาถาวรของประเทศชาติได้ไม่นานเกินรอ...” 

 

หลักการที่ ๙ ยึดมั่นในผลประโยชน์ของประเทศชาติและความถูกต้องเป็นธรรม

การยึดมั่นในผลประโยชน์ของแผ่นดิน และความถูกต้องเป็นธรรม  
เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ
เพราะการยึดมั่นดังกล่าวจะทำให้มีจิตใจมั่นคง เด็ดเดี่ยว
ในอันที่จะพากเพียรปฏิบัติหน้าที่ให้จนบรรลุผลสำเร็จ
และสามารถป้องกันความผิดพลาดเสียหายอันจะเกิดแก่ตนแก่งานได้อย่างแท้จริง.
                             (พระบรมราโชวาท  พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือนปี ๒๕๓๙)
ร่วมกับชาวไทยทุกคนในอันที่จะอุ้มชูรักษาความดีในชาติ...” 
ทำให้บ้านเมืองไทยของเราอยู่เย็นเป็นสุขและมั่นคง. ...”
...ในบ้านเมืองนั้น  มีทั้งคนดีและคนไม่ดีไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด  การทำให้
บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี  หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี 
ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อน
พระบรมราโชวาท ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๖
ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ  อำเภอศรีราชา  จังหวัดชลบุรี

 

                   พวกเราเหล่าข้าราชการสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องทำงานตามรอยพระยุคลบาท ด้วยความอุตสาหะ วิริยะ ด้วยการอุทิศทุ่มเท ด้วยการเสียสละความสุขส่วนตัว และด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เห็นแก่ประโยชน์ของแผ่นดินและประชาชนเป็นที่ตั้ง การถวายความจงรักภักดีที่ดีที่สุดของพวกเราเหล่าข้าราชการที่ทำงานต่างพระเนตรพระกรรณ ก็คือ การทำงานหนักเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน เพื่อความผาสุกของประชาชน นั่นคือ ราชสักการะที่น่าจะทำให้พระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยได้มากที่สุด รักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ต้องรักประชาชนของพระองค์ด้วย    เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พวกเราทุกคน

แห่ลงที่มา   http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/first/suthin.htm#3